แสงอบอุ่นยามเย็นสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกของ สตูดิโอห้องทำงานของ 2 หนุ่มนักออกแบบที่วันนี้โล่งเป็นพิเศษ เงาของชายคนหนึ่งยืนอยู่กลางห้อง อ้าแขนออก ภาพหญิงสาวเดินเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มละไม สวมกอดชายคนนั้นอย่างอ่อนโยน
ชายหนุ่มบอกพร้อมยิ้มอย่างอบอุ่น จับมือหญิงสาวขึ้นและสวมแหวนแบบเรียบ ๆ ขนาดเล็ก ให้กับหญิงสาวคนนั้น
“เอก….” แทบจะไม่มีเสียงออกจากปากที่ขยับเล็กน้อยนั้นเลย
หญิงสาวได้แต่น้ำตาซึมด้วยความยินดี ยิ้มและสวมกอดเขาไว้อย่างแนบแน่นและเนิ่นนาน
“ไว้ไปถ่ายรูปกันนะ เดี๋ยวพี่จัดการให้เอง” เสียงของชายอีกคนดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มกริ่ม ค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ ๆ พร้อมถือกล้องถ่ายรูป เดินเข้ามา อวดภาพถ่ายวินาทีสำคัญให้ทั้งสองดู
“หญิงขอบคุณพี่หมีมากเลยค่ะ” หญิงสาวกล่าวพร้อมยิ้มทั้งน้ำตาแห่งความดีใจ
---------------
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นตอนสายวันที่ทั้งสามคนได้นัดกันเพื่อเตรียมไปถ่ายภาพสำหรับงานแต่งงาน
“ครับ ๆ” เอกตอบปลายสายด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเคร่งเครียด
“หญิง แล้วเราค่อยตามพี่หมีไปนะ เอกติดงานด่วน” เอกหันมาบอกด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ พร้อมหันกลับไปเปิดคอมพิวเตอร์ และ ทำงานอย่างคร่ำเคร่ง
หญิงได้แต่ยิ้ม และ นั่งอ่านหนังสือรออยู่ใกล้ ๆ
-------------
ระหว่างทางขับรถไป หญิงพยายามชวนพูดคุย แต่เอกก็ยังนิ่งมีสีหน้าเครียดเล็กน้อย และขับรถต่อไปอย่างไม่สนใจ กับรอยยิ้มและขนมที่หญิงคอยส่งให้แม้แต่น้อย
“หิวน้ำจัง” เอกพูดน้ำเสียงเรียบ ๆ
หญิงยิ้มกว้าง และ กระวีกระวาดหยิบน้ำเพื่อเตรียมป้อนให้กับชายคนรักของเธอ
แต่ด้วยความกระวีกระวาดนั้นเองเธอทำน้ำหก
“ขอโทษค่ะ” หญิงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อย ๆ
เอกไม่ได้ตอบอะไรได้แต่เอื้อมมือไปหยิบกระดาษเพื่อเช็ดน้ำที่หก
แต่ทันใดนั้น มีรถวิ่งตัดหน้า ทำให้ต้องหักหลบอย่างกระทันหัน
ภาพที่เกิดขึ้นมันดูเชื่องช้า และ ช่างเนิ่นนาน ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างจะหยุดนิ่ง
แต่แล้วตัวรถก็ประทะเข้ากับต้นไม้ข้างทางอย่างจัง
ภาพทุกเหตุการณ์เหมือนกับกำลังเล่นย้อนหลังกลับไป อย่างรวดเร็ว
ภาพเหตุการณ์เมื่อเช้านี้ ภาพเมื่อวันที่ทั้งคู่ยืนกอดกันในสตูดิโอ และย้อนกลับไป
ณ สถานที่หนึ่ง ที่เอกนั่งเล่นกีต้าร์ และหญิงกำลังหยิบกล้องถ่ายรูปมาถ่ายนิ้วมืออันเรียวงามของเอกที่กำลังนั่งไล่ตัวโน้ตบนกีต้าร์คู่ใจอย่างขะมักเขม้น
“เพราะจัง มีชื่อเพลงหรือยังคะ” หญิงถามพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ
“ยังเลยครับ...แต่สัญญาว่ายังไงก็ต้องทำให้สำเร็จ” เอกตอบกลับไป
“ สู้ ๆ นะ หญิงเป็นกำลังใจให้ตลอดไป” หญิงกอดเอกเบา ๆ ยิ้มกว้างให้กำลังใจอย่างสดใสร่าเริง
แล้วทุกอย่างก็พลันมืดมิดในพริบตา
----------------
แสงสะท้อนสีขาวโพลน สะท้อนให้เห็นเงาของหญิงที่นั่งเหม่อลอย มองออกไปนอกหน้าต่าง
ในมือของเธอ ถือ IPod ที่บรรจุเพลงที่เป็น DEMO ของ POLAROID และเธอก็ได้แต่ฟังและร้องตามซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น
เอกมาเยี่ยมนาน ๆ ครั้งเพราะอยากทำเพลงให้เสร็จ
ทุกครั้งที่หญิงเห็นเอกมาเยี่ยม เธอจะยิ้มให้เขาเสมอ ๆ และเอาขนม ผลไม้ ของเยี่ยมไข้ต่าง ๆ มาให้
“ทานอะไรหน่อยนะคะ” หญิงยิ้มและเตรียมป้อมขนมให้เอกเหมือนเคย
“หญิง....เอกนัดพี่หมีไว้ แล้วจะมาเยี่ยมใหม่นะ จะรีบกลับไปทำงานให้เสร็จ” เสียงของเอกบอกอย่างเป็นกังวล
หญิงยิ้มรับ และปล่อยให้เอกกลับไปทำงาน ทำในสิ่งที่เขารัก
----------------
1 เดือนผ่านไป
หญิงหยิบ IPod เพื่อฟังเพลงเหมือนเช่นเคยทุกวัน ระหว่างที่ฟังเพลงและกำลังเดินไปนั่งที่นอกระเบียง วันนี้เธอรู้สึกมึนงง สายตาพร่ามัว และสติของเธอก็ขาดลง พร้อมกับร่างกายที่ร่วงลงไปกองกับพื้น
ในมือยังคงถือ IPod เครื่องเดิม
--------------
หลายเดือนต่อมา
ในห้องสีเทาที่มืดสลัว เอกได้แต่จมอยู่กับความเศร้า ไม่ทำงาน ไม่ทำเพลงต่อไป ได้แต่นั่งมองรูปของหญิง กับเครื่อง Ipod ที่มีเพลงอยู่เพลงเดียวที่ฟัง และฟังซ้ำไปซ้ำมา
--------------------------
ระหว่างกำลังเดินเลือกซื้อของท่ามกลางฝูงชนที่มากมาย เอกเห็นภาพของหญิงสาวคนหนึ่งที่คุ้นตาเดินผ่านกระจกด้านนอกไป เธอเหมือนหญิงมาก ๆ จนทำให้ต้องวิ่งตามออกไปดูทันที
แต่เมื่อออกไปกลับพบว่า เธอคนนั้นได้เดินหายไปในฝูงชนเสียแล้ว
หลังจากวันนั้น เอกพยายามที่จะไปดักรออีก เพียงแค่หวังว่าคงจะได้เจอเธออีกซักครั้ง แต่ก็ไม่เคยเจอเธอคนนั้นอีกเลย
-------------------------
วันนี้เป็นวันที่ฟ้าสลัวและลมแรง ระหว่างทางที่เอกกำลังเดินไปขึ้นรถมีลมกรรโชกแรงพัดมา มีชิ้นส่วนของกระดาษมาติดอยู่ที่กระจกหน้ารถของเอก เป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่มีคำว่า “สัญญา” และ “ตลอดไป”
เอกหยิบเศษกระดาษทั้งสองชิ้นขึ้นมา อ่าน
เอกคิดย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อก่อนที่เขาจะขอหญิงแต่งงาน ทั้งสองเคยสัญญากันไว้ว่าสักวันจะต้องทำงานเพลงให้สำเร็จ และ หญิงก็บอกกับเอกว่าเธอจะเป็นกำลังใจให้เขา ตลอดไป
“สัญญา” และ “ตลอดไป” คำสองคำนี้ดังก้องอยู่ในหู
เขาจึงรีบหยิบโทรศัพท์ และ โทรบอกหมีว่าให้เจอกันที่ Studio เพื่อจะทำเพลงให้ หญิง ต่อ และ ต้องทำให้เสร็จในคืนนั้น
-----------------------------
เอกและหมียังทำเพลงกันอยู่อย่างไม่ลดละ โดยบนเปียโนที่หมีเล่น มีโน้ตเพลงและรูปของหญิงตั้งไว้ตรงหน้าตลอดเวลา จนกระทั่งแสงสีส้มยามเช้าสาดส่องเข้ามาตามช่องหน้าต่างของ Studio
เมื่อเสียงจากตัวโน้ตตัวสุดท้ายสิ้นสุดลง เอกและหมีได้เห็นสปอตโฆษณาของ PLENG.COM ในโทรทัศน์ จึงได้ส่งงานเพลงให้ฟังตามขั้นตอน
--------------
จากนั้นไม่กี่วัน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น พร้อมกับข่าวดีที่มาตามสัญญาณโทรศัพท์นั้น
เพลงที่นำเสนอไว้ได้ถูกคัดเลือก และได้จัดทำอัลบั้ม พร้อมเตรียมงาน คอนเสิร์ต ขึ้น
โดยได้เลือกจัดสถานที่ที่ เอกและหญิง ได้ให้คำสัญญาต่อกันนั่นเอง
---------------
ก่อนการแสดงจะเริ่มขึ้น ทุกคนเตรียมพร้อมกันอย่างคร่ำเคร่ง
ในความคิดของเอกคิดเสมอว่า หญิง จะต้องมาดูเขาซักครั้งแน่ ๆ
เอกนั่งเงียบ ๆ และปล่อยความคิดนึกถึงหญิง คนที่เป็นกำลังใจให้เขามาตลอด
-----------------
การแสดงเปิดอัลบั้ม เริ่มขึ้นและดำเนินต่อไปซึ่งทุกอย่างก็ดูจะราบรื่นดี แต่ในใจของเอกนั้นยังคงคิดถึงหญิงอยู่ตลอดเวลา จนมาถึงเพลงสุดท้าย PROMISE
ในขณะที่เริ่มเล่นไปได้ไม่นาน ท่ามกลางผู้คนมากมาย เขาเห็นเธอ ในชุดสวยสะดุดตา และแสงไฟก็ช่างเป็นใจที่ส่องไปที่เธอ จนผู้คนที่รายล้อมรอบข้างกลายเป็นสีขาวดำไปในทันที
ทั้งสองคนสบตากัน ยิ้มให้กัน ด้วยความรู้สึกเช่นนี้จึงทำให้หูของคนทั้งสองไม่ได้ยินเสียงดนตรีอีกต่อไป แต่กลับค่อยๆได้ยินเสียงหัวใจแทรกขึ้นมาแทนที่
ทันใดนั้น...เอกที่ยืนเล่น GUITAR อยู่บนเวทีก็ค่อย ๆ โปร่งใสจางลงไปเรื่อยๆ และสลายลอยไป พร้อม ๆ กับหญิง ด้วยเช่นกัน!!!
ภาพที่ยังหลงเหลืออยู่ คือ กีต้าร์คู่ใจของเอก ที่ตั้งพิงไว้เฉย ๆ และหมี ยังคงนั่งเล่นเปียโนคนเดียวอยู่บนเวที โดยมีโน้ตเพลงและ ภาพของเอกและหญิง วางอยู่ใกล้ ๆ
สายลมแผ่วได้พัดสมุดภาพนั้นพลิกไปทีละหน้า ทีละหน้า ภาพที่ถูกบันทึกไว้เหมือนกับมีชีวิต
ย้อนกลับไปตามลำดับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
เป็นภาพของซากรถที่ยับเยิน ภาพงานศพของเอก
ภาพของเอกและหญิงที่กำลังสัญญากัน และยิ้มให้กันอย่างมีความสุข
ณ สถานที่ ที่กำลังแสดงคอนเสิร์ตแห่งนี้…
“SYMBOLIZE AFFECTION”
“เป็นเครื่องหมายแห่งความรู้สึก ที่มีต่อความรัก”

natto1974
ใช่ครับ นั่งฟังเพลงแล้วก็ตายไปโดยสงบครับ เพราะอยู่ในอาการโคม่าอยู่แล้ว ^^jajar34
แต่งเรื่องได้ดีมากๆเลยค่ะ สุดยอด!!! มีหักมุมตอนท้ายด้วย ว่าแต่ยังงงนิดๆว่า หญิงตายตอนไหนอะคะ ตอนที่อยู่ในโรงพยาบาลหลังจากประสบอุบัติเหตุใช่ป่าวคะ?